จุดแตกหัก คานเย เวสต์ X Adidas ฉุดหุ้นดิ่งเหว รายได้รองเท้าดังหาย 80,000 ล้านบาท
จุดแตกหัก คานเย เวสต์ X Adidas ปมเหยียดชาวยิว ส่งผลต่อรายได้รองเท้าดังมหาศาลราว 80,000 ล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นดิ่งเกือบ 70%
ปี 2016 เมื่อ คานเย เวสต์ แร๊ปเปอร์ชื่อดังระดับโลกตัดสินใจจับมือพาทเนอร์ทางธุรกิจกับ Adidas ภายใต้ชื่อ Adidas + Kanye West และผลิตสินค้าแบรนด์ Yeezy ออกมาวางจำหน่าย ทั้งรองเท้าผ้าใบ, เสื้อผ้า และเครื่องประดับต่างๆ โดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบที่โด่งดังไปทั่วโลก Yeezy Boost 350 / Yeezy Boost 700 ฯลฯ หรือรองเท้าแตะอย่าง Yeezy Slide
แต่นับจากวันนี้ Yeezy จะไม่มีอีกแล้ว เมื่อ Adidas ตัดสินใจยุติการทำธุรกิจร่วมกับ คานเย เวสต์
ซึ่งภายหลังการประกาศยุติการร่วมธุรกิจกันหุ้น Adidas ร่วงลงอย่างรุนแรง และเมื่อเทียบกับวิกฤตทางธุรกิจของ Adidas ที่ผ่านมาพบว่า ความเสียหายในครั้งนี้ ทำให้ราคาหุ้นของ Adidas (ADSGn (Adidas AG)) ร่วงลงถึง 69% หนักกว่าวิกฤตไวรัสโคโรนา และ สงครามรัสเซีย-ยูเครน
ปมความขัดแย้งครั้งนี้ คานเย เวสต์ เกิดจากการแสดงคำพูด เหยียดชาวยิว และใส่เสื้อ White Lives Matter ภายในงาน Paris Fashion Week โดยก่อนหน้านี้ คานเย เวสต์ เคยถูกตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจมาแล้ว ทั้งกับแบรนด์ Gap, Balenciaga หรือแม้แต่สถาบันการเงินอย่าง JP Morgan
แต่กับ Adidas นับว่ายื้อกันมาหลายปี แม้ว่าก่อนหน้านี้จะถูกโจมตีถึงขั้นแบนสินค้าเลยด้วยซ้ำ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสินค้า Yeezy ทำรายได้ให้ Adidas ราว 76,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของรายได้บริษัท และการตัดสินใจตัดความสัมพันธ์ครั้งนี้อาจจะส่งผลให้ Adidas ขาดทุนกว่า 9,000 ล้านบาทในไตรมาสที่ 4
Adidas กล่าวว่าได้เริ่มทบทวนการเป็นหุ้นส่วนกับ คานเย เวสต์ มาตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ ที่มองว่า Adidas นิ่งเฉยต่อการกระทำของ คานเย เวสต์ และทันทีที่มีการประกาศ สินค้าทุกชิ้นของ Yeezy และการดำเนินการของ Adidas + Kanye West จะยุติทันที และสินค้าของ Yeezy จะถูกเปลี่ยนมาใช้ Adidas แทน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB